ประวัติ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ตำแหน่งกองกลาง ทีมเลสเตอร์ซิตี

0
150
ประวัติ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ตำแหน่งกองกลาง ทีมเลสเตอร์ซิตี เจ้าของฉายา จิ้งจอกสีน้ำเงิน
ประวัติ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ตำแหน่งกองกลาง ทีมเลสเตอร์ซิตี เจ้าของฉายา จิ้งจอกสีน้ำเงิน

ประวัติ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ตำแหน่งกองกลาง ทีมเลสเตอร์ซิตี เจ้าของฉายา จิ้งจอกสีน้ำเงิน

ประวัติ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ตำแหน่งกองกลาง ทีมเลสเตอร์ซิตี เจ้าของฉายา จิ้งจอกสีน้ำเงิน


ประวัติ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ตำแหน่งกองกลาง ทีมเลสเตอร์ซิตี เจ้าของฉายา จิ้งจอกสีน้ำเงิน แข้งเลือดผู้ดีรายนี้แจ้งเกิดบนโลกลูกหนังหลังลงสนามในเกม ยูฟ่า คัพ ในเกมที่อดีตต้นสังกัดอย่าง

แอสตัน วิลล่า พบกับ ซีเอสเคเอ มอสโก ของรัสเซีย เมื่อปี 2009 จากนั้นก็ลงสนามรับใช้ทัพ สิงห์ผงาด อีกมากกว่า 100 นัด ฤดูกาล 2013-2014 อัลไบร์ทตัน ย้ายไปเล่นในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ กับ วีแกน แอธเลติก ด้วยรูปแบบยืมตัวเป็นช่วงสั้นๆ ก่อนกลับมาอยู่กับในถิ่น วิลล่า ปาร์ค อีกครั้ง

หลังจากที่หมดสัญญากับทีมที่เชียร์มาทั้งชีวิตอย่าง แอสตัน วิลล่า อัลไบร์ทตัน ตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการบอกลาทัพ สิงห์ผงาด ที่อยู่ร่วมชายคากันมาถึง 16 ปี พร้อมกับจรดปากกาเซ็นสัญญาย้ายมาอยู่กับ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันที่่ 23 พฤษภาคม 2014 โดยเจ้าตัวลงประเดิมสนาม

ในสีเสื้อ จิ้งจอกสยาม เป็นครั้งแรกในฐานะตัวสำรองที่ลงไปแทน ริยาด มาห์เรซ ในช่วงท้ายเกมที่ เลสเตอร์ ซิตี้ แพ้ให้กับ เชลซี 0-2 และอีกเกมที่ดวลกับ สิงโตน้ำเงินคราม ที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ซึ่งเกมนั้น อัลไบร์ทตัน ยิงประตูเบิกร่องให้ เลสเตอร์ ก่อนจะพ่ายไปด้วยสกอร์ 1-3

ฤดูกาลแรกกับ เลสเตอร์ ซิตี้ อัลไบร์ทตัน ลงเล่นไปทั้งสิ้น 18 เกม และยิงได้ 2 ประตู โดยในยุคของ ไนเจล เพียร์สัน มิดฟิลด์รายนี้ถูกจับไปเล่นในหลายบทบาท ทั้งตัวริมเส้น

รวมไปถึงตำแหน่งวิงแบ็กในช่วงที่ต้นสังกัดกำลังดิ้นรนหนีการตกชั้นอย่างหนัก ซึ่ง อัลไบร์ทตัน ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทัพ จิ้งจอกสยาม อยู่รอดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้สำเร็จ

ฤดูกาล 2015-16 อัลไบร์ทตัน มีบทบาทกับทีมมากขึ้น การเข้ามาของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ผู้จัดการทีมคนใหม่ที่มาเปลี่ยนระบบการเล่นเป็น 4-4-2 ซึ่ง อัลไบร์ทตัน ก้ได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นเกมริมเส้น คนละฟากกับผู้เล่นยอดเยี่ยม พีเอฟเอ คนล่าสุดอย่าง ริยาด มาห์เรซ ด้วยความเร็วและรูปร่างอันปราดเปรียวทำให้ อั

ลไบร์ทตัน สามารถสร้างปัญหาให้กับแนวรับคู่ได้มากทีเดียว มากกว่านั้นการเป็นมิดฟิลด์ไดนามิก มีความขยันและเคลื่อนที่ได้ตลอดเวลา ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจให้ลงสนามมากยิ่่งขึ้น

ทั้งนี้ อัลไบร์ทตัน ถือเป็นผู้เล่นอีกหนึ่งคนที่รับผลพลอยได้จากฟอร์มการเล่นอันสุดยอดของ ริยาด มาห์เรซ ,เจมี่ วาร์ดี้ และ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ซึ่งต่างมีรางวัลส่วนตัวติดไม้ติดมือกันทุกคน ขณะเดียวกันตัวของ อัลไบร์ทตัน เองก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เพื่อนร่วมทีมเหล่านั้นมีฤดูกาลอันน่ามหัศจรรย์ด้วยเหมือนกัน

“ต้องขอขอบคุณเพื่อนร่วมทีมของผมทุกคน ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผมประสบความสำเร็จได้อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ปีนี้เป็นปีที่เหลือเชื่อของเราชาวเลสเตอร์ทุกคน มันเกิดจากทีมเวิร์ค ไม่ใช่เพราะใครคนใดคนหนึ่ง” กองกลางวัย 26 ปีกล่าวถึงการคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์ของ เลสเตอร์ ซิตี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here